สาระน่ารู้
ดอกดุสิตา ใช้บำรุงเลือด




    ดอกดุสิตา หรือ หญ้าข้าวก่ำน้อย พรรณไม้งาม ใช้บำรุงเลือด

    ดอกดุสิตา หรือ หญ้าข้าวก่ำน้อย พรรณไม้งาม ใช้บำรุงเลือด


    ต้นดุสิตา หญ้าข้าวก่ำน้อย


    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
    ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ฐานข้อมูลพันธุ์ไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ , โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

              พูดถึงชื่อ"หญ้าข้าวก่ำน้อย" ชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือน่าจะคุ้นชื่อนี้อยู่บ้าง เพราะเป็นพืชที่พบได้ตามภูเขาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูฝนราวเดือนกันยายนไปจนถึงสิ้นปี แต่สำหรับคนในภาคอื่น ๆ อาจจะไม่คุ้นกับพันธุ์ไม้ชนิดนี้มากนัก กระปุกดอทคอม จึงจะพาไปรู้จัก "หญ้าข้าวก่ำน้อย" พร้อมด้วยสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ

              "หญ้าข้าวก่ำน้อย" หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "ดุสิตา" นามไพเราะที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานไว้เมื่อครั้งเสด็จ ณ ทุ่งดอกไม้ป่าแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร เป็นพืชในวงศ์เลนติบูลาริเอซีอี (LENTIBULARIACEAE) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า "tricularia delphinioides Thorel ex Pellegr." ซึ่งถือเป็นพืชประจำเขตร้อน สามารถดักจับแมลงกินป็นอาหารได้ มักขึ้นในบริเวณพื้นดินที่เปียกชื้น ชื้นแฉะ อย่างบริเวณใกล้หนองน้ำ หรือตามลานหินโล่งกว้างมีน้ำขัง ในป่าสน ปาเต็งรัง 

              สำหรับในประเทศไทยพบต้นดุสิตาขึ้นได้ที่ภูเขาในจังหวัดสกลนคร ชัยภูมิ ศรีสะเกษ เลย อุบลราชธานี โดยเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงฤดูหนาว ต้นดุสิตาจะออกดอกสีม่วงเต็มท้องทุ่ง ดูแล้วสวยงามเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง และนอกจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว เรายังสามารถชมความงดงามของต้นดุสิตาได้ที่จังหวัดเชียงใหม่ พิษณุโลก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด 

              ทั้งนี้ ในแต่ละท้องถิ่นอาจเรียกชื่อต้นดุสิตาแตกต่างกันไป เช่น ในจังหวัดเลยจะเรียก "หญ้าเข็ม" หรือในพื้นที่อื่นก็อาจเรียกว่า "ดอกขมิ้น"

    ต้นดุสิตา หญ้าข้าวก่ำน้อย

     ลักษณะของต้นดุสิตา

              ต้นดุสิตา เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก สูงเต็มที่ไม่เกิน 25 เซนติเมตร มีอายุเพียงแค่ 1 ปี แต่สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยเมล็ดและยกกอ โดยส่วนต่าง ๆ จะมีลักษณะดังนี้
     
               ใบ : เป็นใบเลี้ยงเดี่ยว เรียงสลับ มีลักษณะคล้ายใบหอกกลับ กว้างประมาณ 0.5 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ปลายใบกลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเกลี้ยง มีเส้นกลางใบ 1 เส้น ไม่มีก้านใบ เมื่อโตได้ระยะหนึ่ง ใบจะเปลี่ยนเป็นม้วนกลมเพื่อดักจับแมลง
     
               ถุงดักจับ : ใช้สำหรับจับแมลงกินเป็นอาหาร มีขนาดเล็ก รูปไข่ขวาง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 มิลลิเมตร มีรยางค์ 2 เส้น ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ก้านถุงดักจับยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ผิวเกลี้ยง แกนช่อดอกยาวได้ถึง 10 เซนติเมตร ผิวเกลี้ยง มีดอกย่อยจำนวน 1-10 ดอก ก้านดอกย่อยยาวได้ถึง 6 มิลลิเมตร ใบประดับเป็นรูปใบหอกแกมรูปไข่ กว้างประมาณ 2 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ปลายแหลม ขอบเรียบ 

               ดอก : ออกเป็นช่อสีม่วง แทงขึ้นจากโคนกอ มีดอกย่อย 2-5 ดอกเรียงสลับกัน มักออกดอกในช่วงปลายหน้าฝนคือราว ๆ เดือนกันยายน ไปจนถึงหน้าหนาวในช่วงเดือนธันวาคม

               กลีบดอก : เชื่อมติดกันเป็นรูปปากเปิด สีม่วงเข้ม กลีบปากด้านบนรูปเกือบกลม กว้างประมาณ 12 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 9 มิลลิเมตร ปลายแหลม 

               กลีบเลี้ยง : มี 2 กลีบ สีม่วงเข้ม เชื่อมติดกันที่ฐาน แฉกกลีบเลี้ยงขนาดไม่เท่ากัน กลีบด้านบนเป็นรูปไข่ปลายแหลม ส่วนกลีบด้านล่างเป็นรูปไข่แกมใบหอก ปลายเว้าบุ๋ม กว้าง 3-3.5 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 8 มิลลิเมตร ขอบเรียบ 

               เกสรตัวผู้ : มี 2 อัน ติดอยู่ที่ฐานของกลีบปากด้านบน มีลักษณะแบน ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร อับเรณูยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร มีรอยคอดตรงกลาง 

               เกสรตัวเมีย : มี 1 อัน รังไข่ทรงกระบอกแบน กว้างประมาณ 0.9 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร ภายในมี 1 ห้อง มีออวุลจำนวนมากที่ติดฐาน มีก้านเกสรเพศเมีย 1 อัน แต่สั้นมาก ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 2 ปาก ขนาดไม่เท่ากัน รูปครึ่งวงกลม และรูปปลายตัด

               ผล : เป็นรูปทรงรีคล้ายแคปซูล กว้างประมาณ 3 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร เมื่อผลแก่แห้งแล้วจะแตกออก ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กอยู่เป็นจำนวนมาก

               เมล็ด : เป็นรูปไข่ ยาวประมาณ 0.3 มิลลิเมตร 


    ต้นดุสิตา หญ้าข้าวก่ำน้อย

     สรรพคุณทางยา 

              สำหรับสรรพคุณทางยาของต้นดุสิตานั้น ที่เห็นเด่นชัดก็คือ เป็นยาสมุนไพรใช้บำรุงเลือด ดังนั้น ชาวบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือในสมัยก่อนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบเลือด จะนำดอกดุสิตา รวมทั้งส่วนอื่น ๆ ของต้นมาต้มน้ำดื่ม เพื่อช่วยบำรุงเลือดลมในร่างกาย ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง 

              เห็นแล้วใช่ไหมว่าพรรณไม้หลาย ๆ ชนิด นอกจากจะมีส่วนดอกที่ดูสวยงามน่ามองแล้ว ส่วนอื่น ๆยังนำไปทำเป็นยาสมุนไพรให้ประโยชน์ต่อร่างกายด้วย อย่างเช่น "ต้นดุสิตา" สีม่วงสวย ๆ แบบนี้ล่ะค่ะ


เข้าชม : 2016


สาระน่ารู้ 5 อันดับล่าสุด

      สมุนไพรรักษาหอบหืด อีกหนึ่งทางเลือกของคนแพ้
      15 สมุนไพรแก้ร้อนในใกล้ตัว รู้แล้วรีบหามาไว้ติดบ้าน !
      5 สมุนไพรบำรุงความงาม สวยธรรมชาติครบทุกส่วน
      6 ประโยชน์ของพริกไทยดำ แน่ใจหรือยังว่าไม่ได้พลาดสักข้อ !
      5 สมุนไพรช่วยเลิกบุหรี่ หนีสเตตัสสิงห์อมควันด้วยของใกล้ตัว


© 2013 suraphanclinic.com .
สุรพรรณคลีนิกการแพทย์แผนไทย
สอบถามรายละเอียดได้ที่ : 080-445 5624, 080-566 4650
E-Mail : suraphanclinic@hotmail.com



ติดต่อเรา คำถามที่ถามบ่อย สาระน่ารู้ ตัวอย่างคนไข้ที่รักษาหาย บริการค่ารักษา & พยาบาล เกี่ยวกับเรา หน้าแรก ภาษาไทย